• ปรับขนาด
    ตัวอักษร
เลขที่บัตรประชาชน :
รหัสผ่าน :
ถาม - ตอบ (FAQ)
OSM Care
23.22
OSM Care
สวัสดีจร้าาา...วันนี้มีอะไรให้ OSM Care ช่วยค่ะ ถามเรามาได้เลยจะรีบไปหาคำตอบให้นะ
23.22

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
ข่าวสาร
ครม.เห็นชอบกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13
27 พฤษภาคม 2565

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 ได้มีมติเห็นชอบ (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างการจัดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในเดือน มี.ค. - พ.ค. 65  ผ่าน 3 ช่องทางหลัก คือการประชุมระดมความเห็นระดับกลุ่มจังหวัดทั้ง 18 กลุ่มจังหวัดการประชุมระดมความเห็นกลุ่มเฉพาะ และการระดมความเห็นผ่านสื่อออนไลน์และสื่อสาธารณะ โดยเมื่อผ่านการระดมความคิดเห็นแล้วจะยกร่างแผนพัฒนาฯ เสนอครม.เห็นชอบและรายงานรัฐสภาต่อไป

สำหรับร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ถือเป็นแผนสำคัญของการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยตามแผนฉบับนี้ กำหนดเรื่องหลัก คือ มุ่งพลิกโฉมประเทศไทยให้เท่าทันและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งสร้างความสมดุลในการกระจายผลประโยชน์จากการพัฒนาแก่ทุกภาคส่วนเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นธรรม เสริมสร้างคุณภาพชีวิต และรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไทยไปสู่ประเทศที่มีเศรษฐกิจสร้างคุณค่า และสังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืนภายใต้องค์ประกอบที่ต้องดำเนินการ 4 ด้าน เศรษฐกิจมูลค่าสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสังคมแห่งโอกาสและความเสมอภาค และวิถีชีวิตที่ยั่งยืน

 

ขณะเดียวกันปัจจัยสนับสนุนการพลิกโฉมประเทศ สศช.กำหนดเอาไว้ 13 เรื่องที่ประเทศไทยให้ความสำคัญในช่วงระยะเวลา 5 ปี คือ ประเทศไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง,ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณค่าและความยั่งยืน,ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน,ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง,ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและจุดยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค,ไทยเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและบริการดิจิทัลของอาเซียน รวมถึงการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพสูง และสามารถแข่งขันได้

ครม.เคาะ “แผน 13” ฉบับล้มแล้วลุกไว  ตั้งเป้ารายได้ต่อหัว 3 แสนบาท